สุทธิชัย หยุ่น : "มิน อ่อง หล่าย" หักดิบอาเซียน


โดย PPTV Online

เผยแพร่




"สุทธิชัย หยุ่น" วิเคราะห์ อนาคตเมียนมา เมื่อท่าทีอันชัดเจนของ พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย เผยว่าเขากำลังหักดิบ 5 ฉันทามติอาเซียน

ถ้าหากข่าวจากสื่อเมียนมายืนยันได้ แปลว่า มิน อ่อง หล่าย เบี้ยวข้อตกลงกับผู้นำอาเชียน ตามที่ไปประชุมกันที่จาการ์ตา ประเทศอิโดนีเซีย เมื่อ 24 เม.ย.ที่ผ่านมา

เพราะว่าชัดเจนว่าคณะกรรมการเลือกตั้ง ที่ตั้งโดยสภาฯบริหารแห่งรัฐ หลังรัฐประหาร กำลังเตรียมที่จะยุบพรรค National League for Democracy : NLD ของอองซานซูจี อ้างว่าเป็นการทุจริตเลือกตั้ง วันที่ 8 พ.ย. ถือว่าทรยศต่อชาติ เป็นความผิดร้ายแรง ต้องยุบพรรค

สุทธิชัย หยุ่น : ทดสอบ "น้ำยา" อาเซียน ต่อวิกฤตเมียนมา

อาเซียนเรียกร้องเมียนมาหยุดใช้ความรุนแรง

 

สุทธิชัย หยุ่น :  "มิน อ่อง หล่าย" หักดิบอาเซียน
สุทธิชัย หยุ่น :  "มิน อ่อง หล่าย" หักดิบอาเซียน
ตามมาด้วยข่าวที่ตอกย้ำว่า พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หลาย ไม่ยอมลงจากหลังเสือง่ายๆ

เพราะว่าเพิ่งออกมายืนยันว่า ได้มีการต่ออายุ มิน อ่อง หล่าย และเบอร์ 2  พล.อ.โซวิน

ทั้ง 2 คนนี้ ได้รับการต่ออายุราชการโดยไม่จำกัด เป็นคำสั่งที่เพิ่งเปิดเผยออกมา แต่ว่าย้อนกลับไปตั้งแต่วันรัฐประหาร 1 ก.พ. แต่หนังสือคำสั่งของสภากลาโหมเมียนมา ภายใต้การนำของ มินอ่องหลาย ลงนามว่ากฎเกณณ์ที่ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด ต้องแกษียณฯ เมื่ออายุ 65 นั้น เป็นอันยกเลิก ไม่มีกำหนดด้วย

แสดงว่ามิน อ่อง หล่าย สามารถอยู่ในตำแหน่งได้อีกยาวนาน จนกว่าตัวเองพร้อมจะลงจากหลังเสือนี้

ดังนั้นแปลว่า เกมของ มิน อ่อง หล่าย ต้องการจัดให้มีการเลือกตั้ง โดยไม่มี อองซาน ซูจี

ตัวเองอยู่ในตำแหน่ง ที่สามารถบริการประเทศ โดยไร้ขีดจำกัด

เพราะถึงแม้เลือกตั้งใหม่แล้วพรรคสนับสนุนทหารชนะเลือกตั้ง ก็แปลว่า มิน อ่อง หลาย ยังควบคุมสถานการณ์ทั้งหมด ภายใต้อำนาจที่สามารถเขียนอย่างไรก็ได้

เป็นเช่นนี้ฉันทามติ 5 ข้อที่ให้ไว้ต่อผู้นำอาเซียน เมื่อ 24 เมษายน ไร้ความหมาย

โดยเฉพาะข้อตกลงที่เป็นหัวใจ ที่ว่า เขาจะกลับไปปรึกษาหารือกับ “อองซานซูจี” เพื่อหาทางออกสู่ กลับไปปสู่เส้นทางประชาธิปไตย นั่นคือกลับไปสู่กระบวนการเลือกตั้ง ความเข้าใจของผู้นำอาเซียน ชัดเจนว่า มิน อ่อง หล่าย จะคุยกับ อองซานซูจี

แต่ขณะนี้ นางอองซานซูจี กำลังโดนดำเนินคดีไม่ต่ำกว่า 5-6 ข้อหา พรรค NLD ก็กำลังถูกยุบ

แปลว่าสถานภาพทางกฎหมายของอองซานซูจีและ NLD หมดสภาพทันที

แล้วจะต่อรองกันอย่างไร

แล้วจะทำให้บรรยากาศของการประนีประนอม หาทางออกร่วมกัน ทั้งระหว่างกองทัพกับ อองซานซูจี พรรค NLD ชาติพันธุ์ รวมไปถึงรัฐบาล ที่ตั้งขึ้นมาเป็นรัฐบาลของพลเรือน National Unity Government of Myanmar หรือรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ หมายความว่าทั้งหมดนี้ มิน อ่อง หลาย ไม่สนใจ

จะเดินหน้าต่อไปที่จะปกครองประเทศ โดยทำเป็นอ้างว่าได้พูดจาเปิดทางให้อาเซียนที่จะเข้าไกล่เกลี่ยเป็นผู้อำนวยความสะดวก

แต่เห็นไหมว่า โครงสร้างการเมืองในเมียนา วันนี้อยู่ภายใต้การกำหนดโดย มิน อ่อง หล่าย แต่เพียงผู้เดียว

ถึงแม้ว่าจะมีข่าวออกมาว่า บูรไนในฐานประธานอาเซียนปีนี้ กำลังส่งรัฐมนตรีต่างประเทศ  Dato Erywan Yusof ไปเมียนมาในเร็ววันนี้ ซึ่งอาจประกบด้วยเลขาธิการอาเซียน Dato' Paduka Lim Jock Hoi แต่คาดว่าไปเป็นพิธีกรรมมากกว่า

เพราะอาเซียน ยังไม่ตั้งทูตพิเศษของอาเซียนว่าด้วยกิจการเมียนมาโดยเฉพาะ ตามข้อตกลง ของฉันทามติ 5 ข้อ

ตอนนี้ยังไม่ตั้ง เมื่อตั้งแล้วจะไปเมียนมาได้เมื่อไหร่ ไม่รู้!

เพราะว่า มิน อ่อง หล่าย บอกว่าจะให้ มาได้ต่อเมื่อเสถียรภาพทางการเมืองภายในนั้น มั่นคงแล้ว

ใครเป็นคนนิยามว่า เสถียรภาพ กลับมาสู่ภาวะปกติ ก็ มิน อ่อง หล่าย

ใครหละ มีอำนาจยุบพรรคNLD ก็ มิน อ่อง หล่าย

เมื่อวานนี้ มีข่าวว่า กกต.ที่ตั้งโดยกองทัพ เรียกประชุมพรรคการเมือง 60 กว่าพรรค เพื่อมาวางกฎ กติกา การเลือกตั้งใหม่ ซึ่งไม่มีใครรู้ว่า เมื่อไหร่ กติกา เป็นอย่างไร แต่ชัดเจนว่า พรรค NLD ซึ่งชนะการเลือกตั้งที่ผ่านมาอย่างท้วมท้นล้นหลาม ไม่อยู่ในที่ประชุม เนื่องจากเขาบอยคอต และกำลังถูกสอบสวน

ข้ออ้างของกกต.ชุดใหม่ ภายใต้ทหาร ที่บอกว่า โกงเลือกตั้งนั้น ขัดแย้งโดยสิ้นเชิงรายงานของเครือข่ายเพื่อการเลือกตั้งเสรีในเอเซีย หรือ ANFREL ซึ่งไปสังเกตการณ์การเลือกตั้ง รายงานออกมาเมื่อเร็วๆนี้ว่าไม่พบหลักฐาน การทุจริต การเลือกตั้ง ของเมียนมา ในปีที่ผ่านมา ที่กองทัพอ้างว่า เพราะโกง จึงต้องรัฐประหาร

ANFREL บอกว่าไปติดตามการเลือกตั้ง ถึง 400 หน่วยเลือกตั้ง เมื่อเดือน พ.ย.ที่ผ่านมาบอกว่าไม่พบความผิดปกติ

แต่มีอะไรบ้าง ที่อาจจะบกพร่อง เพราะเป็นเรื่องของโควิด ทำให้หน่วยเลือกตั้งบางหน่วย ไม่สามารถทำหน้าที่ได้ปกติ แต่ไม่มีร่องรอยของการโกงมโหฬาร อย่างที่ทางฝ่ายกองทัพ ใช้เป็นข้ออ้างในการยึดอำนาจครั้งนี้

"ดังนั้น ผมคิดว่า อนาคตของเมียนมา ที่เห็นอยู่ในขณะนี้ ค่อนข้างมืดมน ในเมื่อ มิน อ่อง หลาย ชัดเจนว่า ไม่ทำตามเจตนารมณ์ ของการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ทั้งที่ตัวเองไปนั่งเป็นส่วนหนึ่ง และยอมรับว่า 5 ข้อนี้ เป็นมติเอกฉันท์ ตัว มิน อ่อง หล่าย ยอมรับกติกานั้นด้วย

แต่จริงๆแล้วอาวุธที่ซ่อนอยู่ข้างหลัง สามารถฟาดฟันให้ศรัตรู คู่แข่งทางการเมือง โดยเฉพาะอองซานซูจี ให้หมดสภาพทางการเมือง หมดสภาพที่จะต่อสู้ และชัดเจนว่าความวุ่นวาย ความตึงเครียด การเผชิญหน้า และความรุนแรง ยังจะต้องมีให้เห็นอีกยาวนานทีเดียว

ทั้งนางอองซานซูจีและพรรค กำลังสิ้นสภาพ แล้วแบบนี้จะต่อรองกันอย่างไร แล้วบรรยากาศประนีประนอม จะเกิดขึ้นได้หรือ"สุทธิชัย หยุ่น

OR_Main OR_Main

อัปเดตข่าวล่าสุดก่อนใคร Add friend ได้ที่ @PPTVOnline

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์


TOP ต่างประเทศ

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ