สุทธิชัย หยุ่น : การทูตวัคซีน มะกัน VS จีน


โดย PPTV Online

เผยแพร่




“สุทธิชัย หยุ่น” เผยเบื้องลึก เบื้องหลังการทูตวัคซีน ของ 2 ประเทศยักษ์ใหญ่ จีน - สหรัฐฯ หลัง"โจ ไบเดน" ประกาศแจกจ่ายวัคซีน 80 ล้านโดส แก่นานาประเทศ

มีคำถามว่าประเทศจีนบริจาควัคซีนโควิด-19 "ซิโนแวค" ให้ไทย 500,000 โดส นอกเหนือจากที่เราสั่งจอง "สหรัฐอเมริกา" เพื่อนเรา ยักษ์ใหญ่อีกด้าน จะมีวัคซีนโควิดให้เราหรือไม่ ซึ่งประกาศออกมาแล้ว จากทำเนียบขาว ประธานาธิบดี "โจ ไบเดน" มีแผนที่จะแจกจ่ายบริจาควัคซีนไปทั่วโลก 80 ล้านโดส จนถึงสิ้นเดือนมิถุนายนนี้ ล็อตแรก 25 ล้านโดส พบว่าไทยอยู่ลิสต์

สุทธิชัย หยุ่น : การทูตวัคซีนในไทย

“ส่องจีน” กับท่านทูตหยาง ซิน หลังประกาศชัยชนะในการรับมือโควิด-19

แต่อย่าคาดหวังมาก เพราะจำนวนไม่ได้มาก แต่อย่างน้อยที่สุด ล็อตแรก "โจ ไบเดน" มองว่าประเทศไทยอยู่ในกลุ่มที่ควรจะได้รับความช่วยเหลือ สหรัฐวางไวว้ 7 ล้านโดสแรก มาที่เอเซีย ทั้งเอเซียใต้ และเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ 15-16 ประเทศ ไทยเราอยู่ในนั้น

ในเอเซียรายชื่อที่จะได้รับวัคซีน คืออินเดีย บังกลาเทศ ปากีสถาน ประเทศแถบนี้กำลังเจอหนักเลยโดยเฉพาะอินเดีย และอย่าลืมว่า กมลา แฮร์ริส รองปธน.สหรัฐฯ มีเชื้อสายอินเดีย ย่อมเข้าใจปัญหาอันหนักหน่วงที่อินเดียเผชิญอยู่ ดังนั้นถ้าความช่วยเหลือเรื่องวัคซีนต้องไปที่อินเดียจำนวนไม่น้อย

ประเทศไทยจะได้เท่าไหร่ไม่ทราบ แต่ว่า 7 ล้านโดสที่มาที่เอเซีย นั้นก็ต้องหารด้วย 15-16 ประเทศ อาจได้มา แสนสองแสนโดส แต่นั่นคือการแสดงท่าที ว่าประเทศไทยเรายังอยู่ในเรดาร์ที่สหรัฐฯยังต้องแสดงความกังวล

"เราเห็นชัดว่านี่คือการทูตแบบวัคซีน หรือ Vaccine Diplomacy ระหว่างจีน กับสหรัฐฯ และนาทีนี้มี 2 ยักษ์ใหญ่เท่านั้นที่จะมีทั้งศักยภาพ เงิน และนโยบายที่จะช่วยเหลือประเทศต่างๆเพราะว่านี่คือจังหวะสำคัญ ที่ยักษ์ใหญ่ทั้ง 2 ประเทศนี้ จะต้องให้ประเทศอื่นๆเห็นว่าในยามที่ทั้งโลกอยู่ในภาวะที่ลำบากอย่างยิ่งเพราะโควิด-19 พี่ใหญ่จะทำตัวอย่างไร"

จีน แจกวัคซีนให้หลายประเทศในแถบใกล้ๆกันเพื่อนบ้านของเรา อย่างลาว กัมพูชา เมียนมา เวียดนาม จีนส่งวัคซีนให้ พร้อมๆกับส่งให้เรา บางประเทศ ลาว เวียดนาม กัมพูชา จีนส่งหมอและผู้ที่มีความรู้เป็นที่ปรึกษาไปด้วย

กรณีอินเดีย เดิมทีผลิตวัคซีนเอง ส่งวัคซีนช่วยเหลือเพื่อนบ้าน เนปาล บังคลาเทศ ศรีลังกา แต่พออินเดียเผชิญกับการแพร่ระบาดอย่างหนักหน่วงนั้น ก็ระงับเลย โรงงานผลิตวัคซีนมีปัญหา พอมีช่องว่างปั๊บจีนเข้ามาเติมเต็มเลย จีนส่งวัคซีนช่วยเพื่อนบ้านของอินเดีย เพราะว่าเพื่อนบ้านของอินเดีย ก็คือเพื่อนบ้านจีนเช่นกัน

ดังนั้นจีนใช้ยุทธศาสตร์การทูตวัคซีนได้อย่างทันท่วงที อเมริกาก็เห็นแล้วว่าถ้าหากอเมริกายังช้าและมีเงื่อนไขเยอะในการช่วยเหลือประเทศต่างๆ สงสัยว่าความนิยมชมชอบของประเทศต่างๆจะเอียงไปทางจีนมากกว่าสหรัฐฯ โจ ไบเดน จึงต้องรีบประกาศแล้วส่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกกระทรวงการต่างประเทศ "เวนดี เชอร์แมน" มาทั้งจาการ์ต้า พนมเปญ  กทม. พบนายกรับมนตรีของไทย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พลรองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ "ดอน ปรมัตถ์วินัย"

มาพูดถึงเรื่องโควิดบอกว่า สหรัฐฯจะช่วยไทยในด้านต่างๆ รวมแล้ว 30 ล้าน เหรียญสหรัฐฯ หรือ 900 กว่าล้านบาท วัคซีนเติมมาทีหลัง 30 ล้านเหรียญมาในรูปแบบอุปกรณ์ ความร่วมมือต่างๆ เพื่อช่วยให้ไทยเราสามารถสู้กับโควิด และได้วัคซีนมา ส่วนวัคซีนก็จะส่งมาให้อีกเป็นการสมทบ ตอนนี้ไบเดน รู้แล้วว่าจำเป็นต้องรีบเข้ามา ถมช่องว่างของปัญหาเรื่องโควิดให้ได้

สิ้งที่เรากำลังจะเห็นคืออเมริกาเร่งเข้ามาในเอเซียเพื่อไม่ให้จีนนั้นมีอิทธิพลด้วยการรทูตวัคซีนแต่เพียงผู้เดียว

และที่น่าสนใจคือคำประกาศของ "โจ ไบเดน" เรื่องกระจายวัคซีนทั่วโลก ขีดเส้นใต้ No political strings attached ไม่มีเงื่อนไขทางการเมือง ตอกย้ำว่า ไม่ได้แจกวัคซีนเพื่อสร้างคะแนนนิยม แต่ต้องการแสดงหลักการมนุษยธรรมของสหัฐเอมริกา

แต่นั่นคือการเมือง การเมืองที่แท้จริงเลย

เรากำลังเห็นอเมริกาเล่นบทพี่ใหญ่ ที่ไม่ต้องการให้จีนแสดงตนเป็นพี่ที่มาก่อน มาเร็ว และเห็นใจน้องๆแถบนี้

ดังนั้นไทยเราต้องพยายามถ่วงดุล จีนและอเมริกา

เพราะว่าทั้ง 2 ประเทศยังมีความสำคัญอย่างยิ่ง

เศรษฐกิจทั้ง 2 ประเทศนี้ฟื้นแล้ว การที่ไทยเรามีตัวเลขส่งออกที่ดีมากในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา โดยเฉพาะเมษายนที่ผ่านมา เพราะเราส่งออกไปจีนและอเมริกาได้เพิ่มขึ้น อย่างมีนัยยะสำคัญ เศรษฐกิจฟื้นเป็นตัว K เช่นเดียวกันทั้งโลก K ที่หมายถึง พุ่งไปข้างบน เช่น อเมริกา จีน ยุโรป K ขาลง เช่นไทยเราและอีกหลายสิบประเทศในโลกนี้

"มันจะเกิดความเหลื่อมล้ำ ย้อนแย้งอย่างชัดเจนว่า เศรษฐกิจโลกช่วงโควิด ก่อนโควิด และหลังโควิด แยกเป็น 2 ทาง ขึ้น กับลง เราต้องสามารถอาศัยการทูตที่จีน อเมิรกาฟื้นนั้น ช่วยเรา ดันให้เราสามารถฟื้นได้เร็วที่สุด เท่าที่จะเร็วได้ต้องมีวัคซีน ต้องใช้การทูต การเมือง และการต่อรองเจรจากับ 2 ยักษ์ใหญ่ ยุโรป และญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เพื่อดันให้เรา ทันทีที่สถานการณ์เริ่มคลี่คลายด้านโควิด เราต้องฟื้นอย่างมีพลัง ไม่ใช่ลุกขึ้นมาแล้ว ยังเดินต้วมเตี้ยมอยู่ ลุกขึ้นมาแล้วต้องสามารถวิ่งไปได้เร็วที่สุด เท่าที่เราจะทำได้”

ข่าวที่คุณอาจพลาด

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์


TOP ต่างประเทศ

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ