ฟ้าผ่าตายไม่ใช่ผิดคำสาบาน แต่เพราะโลกกำลังร้อนขึ้น


โดย PPTV Online

เผยแพร่




เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เกิดเหตุฟ้าผ่าลงมากลางสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของรัฐราชสถาน ส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวเสียชีวิตถึง 11 ราย ฟ้าผ่าคนตายไม่ใช่ผิดคำสาบาน แต่เพราะโลกกำลังร้อนขึ้นในอินเดียไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะที่นี่มีผู้ที่ถูกฟ้าผ่าตายมากถึงปีละ 2,000 คน แต่ที่ซ้ำร้าย คือ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะทำให้ความตายในลักษณะนี้พบได้บ่อยขึ้น ฟ้าผ่ากับโลกร้อนเกี่ยวกันอย่างไร? นี่คืออีกผลกระทบที่กำลังคุกคามมนุษยชาติ

นักวิทย์ชี้ “ก๊าซมีเทน” คือเป้าหมายใหม่ของการลดภาวะโลกร้อน

ปรากฏการณ์ "ดอกซากุระบานเร็วในรอบ 1,200 ปี" ส่งสัญญาณโลกร้อนขึ้น?

เป็นวันอาทิตย์ธรรมดาวันหนึ่ง ที่ผู้คนออกมาเที่ยวเล่นพักผ่อนหย่อนใจ ไม่นานกลุ่มเมฆทะมึนก็ปรากฎ ตามมาด้วยเสียงร้องสั่นสะเทือน และสายฟ้าฟาดสว่างวาบ  เหตุฟ้าผ่าที่รัฐราชาสถาน เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคมที่ผ่านมา กลายเป็นข่าวใหญ่ เพราะเกิดขึ้นบนหอคอยของป้อมอาเมร์ สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง สายฟ้าฟ้าฟาดลงบนหอคอยของป้อมพอดี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 11 ราย จากทั้งหมดราว 27 ราย อุบัติเหุตเกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว นักท่องเที่ยวเหล่านี้กำลังสนุกสนาน บ้างถ่ายเซลฟี่ 

ไฟซุดดิน หนึ่งในผู้รอดชีวิตเปิดรอยแผลที่สายฟ้าฝากไว้บนศีรษะให้ดู เจ้าตัวยังคงขวัญผวา ภาพของเพื่อนที่ล้มลงกับพื้นยังติดตา ในวันนั้นเขาสูญเสียเพื่อนรักไปถึง 3 คน

ฟ้าผ่าที่เกิดขึ้นในวันเดียวกันยังคร่าชีวิตคนในพื้นที่อื่น ๆ ของรัฐราชาสถานด้วย ส่งผลให้ผู้เสียชีวิตรวมทั่วรัฐมีมากถึง 50 ราย ส่วนรัฐข้างเคียงอย่าง อุตตรประเทศ มีผู้เสียชีวิตราว 41 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงและเด็กที่ทำงานกลางแจ้ง และในรัฐมัธยประเทศมีผู้เสียชีวิต 7 ราย

เสมือนความโกรธเกรี้ยวจากพระเจ้า แต่ความตายจากสายฟ้าฟาดในอินเดียพบได้บ่อยครั้ง โดยเฉพาะในช่วงเดือนกรกฎาคม ถึงเดือนกันยายน ซึ่งเป็นฤดูมรสุม

ทุก ๆ ปี อินเดียมีผู้เสียชีวิตจากฟ้าผ่าเฉลี่ย 2,500 คน เป็นจำนวนไม่มากเมื่อเทียบกับประชากรทั้งประเทศที่มีถึง 1,400 ล้านคน แต่หากเทียบกับประชากรที่เสียชีวิตจากฟ้าผ่าในประเทศอื่น อย่าง สหรัฐอเมริกาที่มีเพียงปีละ 45 คนแล้ว ฟ้าผ่าในอินเดียคือความผิดปกติที่กลายมาเป็นเรื่องปกติ

สายฟ้าคร่าชีวิต เผาไหม้บ้านเรือนเรือกสวนไร่นา ทั้งยังทำลายความหลากหลายทางชีวภาพ เช่น ช้างโขลงนี้ที่ถูกฟ้าผ่าตายทั้งหมด 18 เชือก เหตุการณ์เกิดขึ้นที่รัฐอัสสัมก่อนโศกนาฏกรรมบนหอคอยป้อมอาเมร์เพียง 2 เดือน

สาเหตุที่ทำให้อินเดียมีข่าวฟ้าผ่าคนตายทุก ๆ ปี มาจากการที่ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่ทำงานในที่โล่งแจ้ง เช่น รัฐอุตตประเทศ และรัฐมัธยประเทศ สองรัฐที่ทำการเกษตรเป็นหลัก

อย่างไรก็ตามรายงานจากรัฐบาล ระบุว่า การศึกษาที่ดีขึ้นช่วยให้ผู้คนตระหนักถึงอันตราย และรู้จักป้องกันตนเอง เช่น ไม่ใช่โทรศัพท์มือถือ ไม่หลบใต้ต้นไม้ จำนวนคนถูกฟ้าผ่าตายในช่วงเมษายน 2020 ถึง มีนาคม 2021 ลดลงเหลือ 1,619 คน และรัฐบาลอินเดียคาดหวังว่า ในปี 2022 จะกดตัวเลขให้น้อยกว่า 1,200 คนให้ได้ ผู้คนตระหนักขึ้น ระวังตัวขึ้น แต่ปัญหาคือ ฟ้าผ่ากลับเกิดมากกว่าเดิม

ข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาอินเดีย ฟ้าผ่าปีนี้เกิดขึ้นถึง 19 ล้านครั้ง เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วถึงร้อยละ 34 ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า ปัญหานี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และอาจส่งผลให้โศกนาฏกรรมแบบป้อมอาเมร์เกิดบ่อยขึ้น เมื่อสายฟ้ายิ่งเพิ่ม ความเสี่ยงที่ฟ้าจะผ่าลงยังจุดที่มีผู้คนหนาแน่นก็ยิ่งเพิ่มตาม

งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียเมื่อปี 2015 พบว่า ทุก ๆ หนึ่งองศาเซลเซียสของอุณหภูมิสภาพอากาศที่เพิ่มขึ้น จะยิ่งเพิ่มโอกาสในการเกิดฟ้าผ่าอีกร้อยละ 12 เพราะอากาศที่ร้อนขึ้นทำให้น้ำระเหยเป็นไอได้มากขึ้น ส่งผลให้ในอากาศมีความชื้นมากกว่าปกติ สิ่งที่เกิดเพิ่มขึ้นตามมาคือ เมฆฝน  และยิ่งมีเมฆมากขึ้น โอกาสในการเกิดฟ้าผ่าจึงเกิดขึ้นมากตามไปด้วย

พายุฝนฟ้าคะนอง ตลอดจนฟ้าผ่าฟ้าแลบ เหล่านี้ คือ อีกผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่ในเขตอาร์กติก ที่ปกติแล้วมักไม่มีฝนตก

เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา วารสาร Geophysical Research Letters เผยแพร่งานวิจัยใหม่ พบว่าในช่วง 11 ปีที่ผ่านมา ภูมิภาคอาร์กติกเผชิญปรากฏการณ์ฟ้าผ่ามากขึ้นถึง 300 เท่า  และฟ้าผ่าเหล่านี้คือต้นเหตุของไฟป่าที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เช่น ไฟป่าในไซบีเรีย ที่การลุกไหม้ล่าสุดเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศไปแล้ว 800 ล้านตัน

คาร์บอนไดออกไซด์คือ ส่วนหนึ่งของก๊าซเรือนกระจก นี่คือเป้าหมายที่นานาชาติพยพยามลดการปลดปล่อย เพราะคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปกคลุมโลกกำลังทำให้โลกร้อนระอุขึ้นเรื่อย ๆ  และแน่นอนว่าเมื่อโลกร้อนขึ้น ฟ้าก็ยิ่งผ่า ไฟป่าก็ยิ่งเกิดง่ายขึ้น เป็นปัญหางูกินหาง

ในอนาคตอันใกล้นี้ อินเดียไม่ใช่ประเทศเดียวที่จะเผชิญกับสายฟ้าฟาดกระหน่ำ แต่คือบรรดาประเทศที่ตั้งอยู่ตามเส้นศูนย์สูตรจากความร้อนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งนำไปสู่การเกิดพายุบ่อยขึ้นตาม หมดยุคสมัยที่การเสียชีวิตจากฟ้าผ่าคือ บทลงโทษจากพระเจ้า หรือผลจากการตระบัดสัตย์ หากคือสัญญาณเตือนว่ามนุษยชาติยังลงมือทำไม่มากพอในการลดอุณหภูมิโลก ดังวลี เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว  ฟ้าผ่าลงที่อินเดียก็จริง แต่เป็นความรับผิดชอบของเราที่อยู่คนละประเทศด้วยเช่นกัน

 

 

ข่าวที่คุณอาจพลาด

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์


TOP ต่างประเทศ

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ