ไล่เรียงเหตุผลไทยไม่เข้าโครงการ "โคแวกซ์"


โดย PPTV Online

เผยแพร่




ไล่เรียงเหตุผลไทยไม่เข้าโครงการ "โคแวกซ์" ทั้งสถานะประเทศที่มีรายได้ปานกลางและเงื่อนไขการจองที่รัฐบาลมองว่าอาจทำให้เกิดปัญหาข้อกฎหมายในอนาคตได้

กลับมาเป็นประเด็นอีกครั้ง สำหรับการไม่เข้าร่วมโครงการโคแวกซ์ (COVAX) ขณะที่รอบบ้านอาเซียน ได้รับการจัดสรรวัคซีนจากโครงการดังกล่าวมาแล้ว ไม่มากก็น้อย หนึ่งในนั้นคือ สปป.ลาว

รัฐบาลแจงไทย "ตกขบวน" รับวัคซีน โควิด-19 ฟรีจากโครงการโคแวกซ์ (COVAX)

รู้จักโครงการโคแวกซ์ (COVAX) เสาหลักของการกระจายวัคซีน

สำหรับไทยหากย้อนกลับไปเมื่อช่วงเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา รัฐบาล โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีสาธารณสุข เคยตอบคำถามนักข่าวเรื่องโคแวกซ์ ว่า ไทยได้เจรจากับโคแวกซ์มาตลอด แต่ไม่อยู่เกณฑ์ที่ได้รับวัคซีนฟรี เนื่องจากโคแวกซ์ให้สิทธิแก่ประเทศยากจนที่องค์การอนามัยโลกและพันธมิตรวัคซีน Gavi รับรอง

 

 

หากจะร่วมกับโคแวกซ์ไทยต้องซื้อราคาแพงกว่า และไม่สามารถเลือกวัคซีนจากผู้ผลิตรายใดได้ มีความไม่แน่นอนทั้ง ชนิด จำนวน และราคา รวมทั้งต้องจ่ายเงินล่วงหน้า

ต่อมา นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เคยออกมาชี้แจงระบุเหตุผลว่า รัฐบาลตัดสินใจอย่างรอบคอบท่ามกลางข้อจำกัดและบริบทหลายด้าน ผ่านคณะทำงานที่กระทรวงสาธารณสุขได้ตั้งขึ้น ซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญ ทั้งในและนอกกระทรวง ทั้งด้านวิชาการ กฎหมาย การเงิน เพื่อร่วมกันพิจารณาเงื่อนไขของการทำข้อตกลงสั่งจองวัคซีน จึงเป็นการตัดสินใจบนพื้นฐานระหว่างผลประโยชน์และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น 

ไทยอยู่ในระดับปานกลาง

นอกจากนี้ เนื่องจากรายได้ของไทยอยู่ในระดับปานกลาง  ซึ่งหากประเทศในอาเซียนที่จัดอยู่ในระดับที่มีรายได้ปานกลางจนถึงระดับสูง อย่าง เช่น ไทย บรูไน สิงคโปร์ และมาเลเซีย จะไม่เข้าข่ายได้รับความช่วยเหลือให้ได้รับวัคซีนฟรี หรือให้ซื้อได้ในราคาถูกจากโครงการโคแวกซ์  แต่มี 6 ประเทศในอาเซียนที่ได้รับวัคซีนฟรี ได้แก่ กัมพูชา อินโดนีเซีย ลาว เมียนมา ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม

" ด้วยเหตุผลนี้จึงทำให้ประเทศไทยหากต้องการเข้าร่วมโครงการการจัดซื้อจัดหาวัคซีนผ่านโคแวกซ์ จะต้องจ่ายเงินซื้อวัคซีนเองด้วยงบประมาณที่สูงและมีความเสี่ยงค่อนข้างมาก โดยเป็นการจ่ายเงินจองล่วงหน้าไปก่อนแต่ไม่ทราบแหล่งที่มาของผู้ผลิต และไม่สามารถระบุวันเวลาที่แน่ชัดสำหรับการรับวัคซีนด้วย " 

ขณะเดียวกัน รัฐบาลไม่ปิดกั้นการเจรจากับที่ใดหากโคแวกซ์ ปรับเงื่อนไขรวมถึงข้อเสนอต่างๆ ซึ่งหากไทยเห็นว่าเป็นประโยชน์ก็ยังสามารถทำข้อตกลงผ่านโคแวกซ์

 

ต่อมา นพ.นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ  ออกมาระบุถึงเรื่องนี้ว่า ประเทศไทย บรูไน สิงคโปร์ และมาเลเซีย ไม่อยู่ในเกณฑ์ที่จะได้รับวัคซีนฟรี หากจะเข้าร่วมโครงการต้องนำเงินไปร่วมลงขันในการจัดหาวัคซีนโควิด-19  

สำหรับเงื่อนไขการจองผ่าน โครงการโคแวกซ์ ระบุว่า

1.จองซื้อแบบไม่เลือกประเทศผู้ผลิต ต้องเสียค่าธรรมเนียมราคา 1.6 Usdโดส หรือประมาณ  48 บาท

2.จองซื้อแบบเลือกประเทศผู้ผลิต ในราคา 3.5 USD/โดส หรือประมาณ  105 บาท และหากสั่งจอง จ่ายเงินไปแล้ว ราคาสุดท้ายที่ผู้ผลิตจะขายให้ อาจมีการขึ้นราคาเพิ่ม, หากตัดสินใจไม่เอา ไม่สามารถขอเงินคืนได้,การทำสัญญา จะทำสัญญาจองซื้อในหน่วยงานกลางระหว่างประเทศ ไม่ได้ทำสัญญากับผู้ผลิตโดยตรง จึงอาจทำให้เกิดปัญหาข้อกฎหมายในอนาคตได้

และจากเงื่อนไข ดังกล่าว การทำความตกลงจากผู้ผลิตโดยตรง จะมีความยืดหยุ่นมากกว่า สามารถกำหนดจำนวนวัคซีนที่จะซื้อได้ ต่อรองราคาได้ หากซื้อจำนวนมาก ราคาก็จะถูกลง และยังสามารถต่อรองเงื่อนไข ขอบเขตความรับผิดชอบได้ตามสมควร

สธ.ชี้แจงกรณีไทยไม่ได้รับวัคซีน COVAX ฟรี

สถาบันวัคซีนแห่งชาติ แจงไทยไม่จองวัคซีนโควิด-19 ผ่านโคแวกซ์ เลือกผู้ผลิตไม่ได้ เสียเงินฟรี

 

 

ข่าวที่คุณอาจพลาด

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์


TOP สังคม

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ