LIFE STORY : “ครูเป้า” ครูแนะแนวผมยาว “ขวัญใจวัยรุ่น”


โดย PPTV Online

เผยแพร่




เพิ่งผ่านพ้นวันครู ประจำปี 2565 มาไม่กี่วัน แต่ความศักสิทธิ์และศรัทธาต่ออาชีพของ “ครูบาอาจารย์ยังคงอยู่ในตัวของลูกศิษย์ทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ครูที่เป็นทั้งเพื่อนคู่คิด เพื่อนใจ เพื่อนที่คอยให้คำปรึกษาปัญหา” นอกเหนือจากการสอนอ่านเขียนผ่านตำรา อย่าง ครูจุฑาทิพย์ ยงพาณิชย์ หรือที่เด็กๆ มักเรียกว่า “ครูเป้า” แห่งโรงเรียนพุทธชินราชพิทยา ซึ่งเด็กๆ มักจะเรียกกันว่า “ครูผมยาว”

ทำไมต้องครูผมยาว?

ส่อง "วันครู" รอบอาเซียน

ครูเปรียบเสมือนเรือจ้าง บนโลกที่เปลี่ยนไปในยุคปัจจุบัน

ครูเป้า เล่าให้ พีพีทีวี นิวมีเดีย ฟังว่า ด้วยบุคลิกภาพภายนอกคือ มีผมยาว เลยเป็นคาร์แร็คเตอร์ให้เด็กๆ และผู้ปกครอง ได้จดจำ รวมถึงลักษณะการพูดคุยที่เป็นมิตรกับเด็กๆ เป็นครูใจดี เข้าถึงง่าย พูดคุยได้ทุกเรื่อง ไม่เฉพาะเรื่องที่ต้องการคำปรึกษา แต่ยังสามารถพูดคุยเรื่องราวต่างๆ ที่ไปเจอมา เหมือนคนในครอบครัวเดียวกัน ซึ่งห้องทำงานของครูเป้าไม่ได้ใหญ่โตอะไร มักบอกเสมอว่า เป็นห้องเล็กๆ รกๆ  ที่เด็กนักเรียนสามารถเดินเข้ามาหาได้ตลอดเวลา

17 ปี บนเส้นทางของความเป็นครู แรกเริ่มเดิมทีครูเป้าทำหน้าที่เป็นครูแนะแนวที่นั่งคอยให้คำปรึกษาเด็กๆ อยู่ในห้องเล็กๆ ที่โรงเรียน รับรู้ปัญหาอันหลากหลายของลูกศิษย์ที่หมุนเวียนกันมา ทั้งปัญหาด้านการเรียน ขาดแคลนทุนทรัพย์ทางการศึกษา ตัดสินใจเลือกเรียนผิดสาย การเรียนต่อ ไปจนถึงปัญหาใหญ่ๆ อย่าง เด็กบางคนต้องหยุดเรียนเพราะไม่มีทุนการศึกษา จำเป็นต้องออกมาทำงานช่วยพ่อแม่ทำมาหากิน ปัญหาการถูกล่วงละเมิดทางเพศ ปัญหาการทำแท้ง ปัญหาท้องไม่พร้อม ปัญหาเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ปัญหายาเสพติด ฯลฯ

แต่ครูเป้าก็ได้แต่เพียงเป็นผู้ “รับฟัง” โดยที่ไม่สามารถเข้าไปช่วยแก้ปัญหาของนักเรียนได้อย่างเต็มที่

ในช่วง 2 ปี ยังไม่มีเครือข่าย ยังไม่สามารถช่วยเด็กๆ ได้เลย รู้สึกตัวเองไร้ค่า ตอนนั้นเป็นครูสอนนักเรียนในชั้น ม.5 รู้สึกว่าเราควรปูพื้นฐานทักษะชีวิตให้เด็กตั้งแต่ ม.1 จึงเริ่มเสนอทางโรงเรียนขอทำงานเชิงรุกมากขึ้น

จากนั้นจึงได้มีโอกาสไปฝึกอบรมเกี่ยวกับบทบาทของความเป็นครูกับปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ทำให้เป็นแนวทางที่จะสานต่อการแก้ปัญหาเชิงรุกตามความตั้งใจของ ครูเป้าได้มากขึ้น โดยเริ่มแรกหลังการอบรมครูเป้า ตั้งศูนย์ให้บริการให้คำปรึกษาวัยรุ่น  (Teen Center) หรือศูนย์วัยใสเพื่อนใจวัยเรียน ตั้งแต่ปี พ.ศ.2551 ซึ่งระยะแรกปัญหาที่เด็กมาขอคำปรึกษา คือเรื่องการเรียน แต่ระยะสิบปีที่ผ่านมาพบว่าเด็กเข้ามาขอคำปรึกษาด้วยเรื่องส่วนตัวและปัญหาชีวิตมากกว่า ดังนั้นในบริบทของความเป็นครูที่ต้องเข้าไปช่วยหาทางออกให้กับเด็กด้วยวิธีที่ป็นเชิงรุกมากขึ้น พบว่าปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งจากตัวเด็ก จากครอบครัว และสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งหมดคือ “เพราะขาดความรู้ ความเข้าใจ” ดังนั้นการสร้างความรู้ ความเข้าใจจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง และการสอนในห้องเรียนเพียงอย่างเดียวก็ไม่สามารถดูแลเด็กได้อย่างทั่วถึง จึงเป็นที่มาของ โครงการป้องกันปัญหาพฤติกรรมเสี่ยงภัยด้านสุขภาพ เช่น ท้องไม่พร้อม โรคติดต่อทางเพศสัมพันธุ์ โรคเอดส์ ยาเสพติด บุหรี่ เหล้า และปัญหาภาวะซึมเศร้า

ป้องกันภัยจากสังคม เช่น ปัญหาการถูกล่องลวง ล่วงละเมิดทางเพศ ค้ามนุษย์ ความรุนแรง และใช้แรงงานเด็ก ต่อมาในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมาเพิ่มเรื่องของสิทธิเด็ก และช่วง 3-5 ปีที่ผ่านมาเพิ่มเรื่องการบูลลี่ จะเห็นได้ว่า โครงการต่างๆ ของครูเป้า คลอบคลุมแทบทุกปัญหาที่พบเจอและเกิดขึ้นในสังคมซึ่งเท่าทันสถานการณ์และโลกปัจจุบัน

“มีการปรับโครงการให้เท่าทันปัญหาที่เกิดขึ้น ทำให้เด็กมีภูมิคุ้มกันและหลีกเลี่ยงปัญหาได้ ขณะเดียวกันก็ยังต้องทำงานเชิงรับเมื่อเกิดปัญหาขึ้นแล้วก็ยังเดินเข้ามาหาครูเป้าได้เสมอ ซึ่งครูเป้ายึดหลัก บริการฉับไว เข้าถึงง่าย ทุกปัญหามีคำตอบ เต็มใจ เต็มที่ เต็มเวลา รักษาความลับ

ปรับเปลี่ยนตัวเอง เปิดรับเทคโนโลยีของโลกที่หมุนผ่านอย่างรวดเร็ว ซึ่งมาพร้อมกับปัญหาใหม่ๆ

แต่ไม่ใช่แค่เฉพาะการเดินเข้ามาหาครูเป้าเพื่อแก้ไขปัญหาเท่านั้น เด็กๆ สามารถพูดคุยกับครูเป้าได้ทุกเรื่องราว เพราะครูเป้าไม่เคยหยุดนิ่งที่จะพัฒนาตัวเอง เปิดรับเรื่องราวในโลกโซเชียล และกระแสเทรนด์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นอยู่เสมอ เพราะครูเป้าเชื่อเสมอว่า การที่เราจะต้องให้คำปรึกษากับเด็ก ให้เด็กเปิดใจรับเราด้วยความไว้วางใจ เราต้องปรับตัวเองก่อน พัฒนาตัวเองอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะการปรับตัวให้เข้ากับเจนเนอเรชันต่างๆ คุยเป็นภาษาเดียวกัน เข้าไปให้ถึงโลกของเด็กได้ทุกกลุ่มทุกวัย

เราเป็นครูธรรมดาคนหนึ่งที่อยากใช้ความรู้ ความสามารถให้เกิดประโยชน์กับเด็กและเยาวชนไปจนถึงเกิดประโยชน์กับสังคม บางครั้งเด็กๆ ดูซีรีส์เกาหลี ซีรีส์จีนเรื่องไหน ครูก็ดู แล้วเอาเนื้อหาในเรื่องมาพูดคุยกับเค้าหรือปรับใช้กับการให้การคำปรึกษาเด็กได้ เขาพูดเรื่องอะไรมา เราทำตัวเนียนไปกับเขา เข้าไปอยู่ในโลกของเขา เวลามีปัญหา เขาจะกล้าเข้ามาพูดคุยกับเราทุกเรื่อง

ทำงานตลอด ไม่มีวันหยุด เพิ่มช่องทางการเข้าถึง

ด้วยจำนวนของเด็กที่ต้องการคำปรึกษากับครูเป้ามีจำนวนมากที่จะเดินเข้ามาที่ห้องแนะแนว ครูเป้าได้เพิ่มช่องทางการเข้าถึง เช่น ผ่าน เฟซบุ๊ก ครูผมยาว ชาวเมืองพรหมฯ ช่องทาง LINE แอปพลิเคชัน และ QR Code โดยจะเข้ามาตอบคำถามหรือให้คำปรึกษาถึงเวลา 20.00 น. ของทุกวัน

ความทุ่มเททั้งกายและใจของครูเป้า ครูเป้าบอกว่า เพราะไม่อยากเสียโอกาสที่ดี หรือมานั่งเสียใจภายหลัง ว่าทำไมไม่หาทางดูแลช่วยเหลือเค้ามากกว่านี้ เราอยากพูดคุยกับเด็กทุกกลุ่ม ทั้งเด็กกลุ่มปกติ เด็กเสี่ยงหรือเด็กที่ประสบปัญหาแล้ว การที่เรามีโอกาสเป็นครูแนะแนว เราส่งเสริม สนับสนับ ซ่อมคน สร้างคน “เราสามารถดูแลช่วยเหลือ เติมส่วนที่ขาด ปาดส่วนเกิน” ใช้ความรู้ความสามารถและเวลาที่มีอยู่อย่างเต็มศักยภาพได้

ใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์ เน้นชี้แนะแนวทาง ทางมีด ทางสว่าง ไม่ใช่สั่ง หรือห้าม แต่ต้องให้เด็กเรียนรู้ที่จะยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้นและมีความกล้าเผชิญหน้ากับปัญหา

การเข้าไปแก้ปัญหาของครูเป้าไม่ใช่การเข้าไปบอกว่า ต้องทำแบบนั้น แบบนี้ แต่เป็นการชี้แนะแนวทางให้เด็กกล้าเผชิญหน้ากับปัญหา ซึ่งพบว่าบางครั้งการชี้แนะแนวทางหรือให้คำปรึกษาอย่างตรงจุด เด็กจะสามารถแก้ปัญหาของเขาได้ด้วยตัวเอง ซึ่งครูเป้าบอกว่า ต้องใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์ และหลักอริยสัจ 4 ซึ่งไม่ใช่วิธีการสอนแต่สะท้อนปัญหาให้รู้ถึงอะไรคือปัญหา สาเหตุของปัญหา เรียนรู้ปัญหา และดูว่าเมื่อเกิดปัญหาแบบนี้จะแก้อย่างไร ส่วนครูเป้าจะคอยประกบ หรือช่วยประคองเป็นกำลังใจอยู่ข้างๆ จนกระทั่งเค้าหาทางออกได้ ก้าวข้ามปัญหานั้นไปได้ ในที่สุดเค้าจะเกิดการเรียนรู้ที่ปรับตัวหรือแก้ไขปัญหาได้ด้วยตนเอง

“ฝึกให้รู้จักพึ่งตนเอง ให้เขาแก้ปัญหาด้วยตัวของเขาเอง เพราะอนาคตเขาจะสามารถนำแนวทางเหล่านี้ไปใช้ในชีวิตประจำวันทั้งในและนอกรั้วโรงเรียนได้”

ขยายเครือข่ายความช่วยเหลือ พัฒนาเด็กแกนนำ (YC : Youth Counselor) เพื่อนช่วยเหลือเพื่อน พี่ น้อง

จากจุดเริ่มต้นของครูคนหนึ่งที่ตั้งปณิธานว่าจะอยู่เคียงข้างลูกศิษย์ทุกคน พร้อมที่จะรับฟังในทุกๆ เรื่อง วันนี้ครูเป้าสร้างเครือข่าย พัฒนาเด็กแกนนำเพื่อกระจายความทั่วถึงในการให้คำปรึกษาโดยปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 40 คน ตั้งแต่ชั้น ม.1-ม.6 โดยตั้งเป็นชุมนุมขึ้นมาและทั้งหมดต้องผ่านการอบรม เพื่อสามารถเข้าถึง สอดส่อง ดูแลเพื่อนๆ พี่ น้อง ได้ทุกซอก ทุกมุมของโรงเรียน และเป็นการส่งเสริมกิจกรรมการมีส่วนร่วม “ชี้เป้า เฝ้าระวัง”เพื่อป้องกันปัญหาได้ในเบื้องต้น ตลอดจนส่งเสริมให้ทำกิจกรรมจิตอาสา ศิษย์เก่าที่กลับมาส่งต่อความรู้ ประสบการณ์และเป็นวิทยากรให้กับน้องๆ

นอกจากนั้นแล้ว ครูเป้า ยังทำงานร่วมกับเครือข่าย ทั้งองค์กรสหวิชาชีพ เพื่อเข้ามารับช่วงต่อในกรณีที่เกิดปัญหารุนแรงมากเกินกว่าที่โรงเรียนจะแก้ไขได้อย่างตรงจุดและยั่งยืน เช่น โรงพยาบาลพุทธชินราชพิษณุโลก บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดพิษณุโลก สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด  ไปจนถึงการทำงานร่วมกับจิตแพทย์ และด้านการพิทักษ์คุ้มครองสิทธิเด็ก

ในตอนท้ายของการสัมภาษณ์ ครูผมยาว คนนี้ฝากกำลังใจไปถึงครูอีกหลายๆ คน ที่มีอุดมการณ์เดียวกันที่ต้องการอยู่เคียงข้างลูกศิษย์ พร้อมยื่นมือเข้าไปช่วยโอบอุ้มให้หลุดพ้นจากปัญหาหรือความทุกข์ที่ลูกศิษย์เผชิญอยู่ ซึ่งบางปัญหาที่ทับซ้อนในตัวเด็กและยากเกินกว่าที่เด็กคนหนึ่งจะรับไหว ครูสามารถเข้าไปช่วยรับฟังยืนอยู่เคียงข้างหรือเดินไปพร้อมๆ กันจนกว่าจะเจอทางออก ครูเป้าเชื่อว่าในยุคสมัยที่เปลี่ยนไป วันนี้ครูทุกท่านไม่ได้ทำงานคนเดียว เราทำงานแบบมีส่วนร่วม มีหน่วยงานต่างๆ พร้อมเข้าช่วยทำงานทั้งเชิงรุกและเชิงรับ เพราะฉะนั้นแล้วขอให้คิดเพียงว่า ทุกคนมีคุณค่า เราอยากเห็นสังคมของเราเป็นอย่างไร ให้สร้างเด็กวันนี้เพื่อวันข้างหน้าให้เป็นแบบนั้น ร่วมกันสร้างเด็กและเยาวชนที่มีคุณภาพในวันนี้ เพื่อพัฒนาสังคมและประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืน

ขอบคุณรูปภาพจาก เฟซบุ๊ก ครูผมยาว ชาวเมืองพรหมฯ

 

 

ข่าวที่คุณอาจพลาด

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์


TOP สังคม

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ