ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติสหรัฐฯ แนะกลับมาปลูกฝีเพื่อป้องกันโรคฝีดาษวานร


โดย BDMS

เผยแพร่




ในปัจจุบันมีรายงานพบผู้ติดเชื้อฝีดาษลิงกระจายในประเทศต่างๆทั่วโลกโดยเฉพาะแถบยุโรปซึ่งมีการพบผู้ติดเชื้อมากกว่า 1,100 ราย 

องค์การอนามัยโลก (WHO) จึงประกาศให้โลกฝีดาษวานรเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขหรือที่เรียกว่า FHENIC ซึ่งมาจากคำว่า Public Health Emergency of International Concern หมายถึงเหตุการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุขที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อประเทศอื่น ๆโดยมีผลกระทบต่อการเดินทางและการขนส่งระหว่างประเทศ

อย่างไรก็ดีภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขนี้ไม่ได้ถูกประกาศขึ้นเป็นครั้งแรก

อังกฤษรายงานพบผู้ป่วยโรคหายาก “โรคฝีดาษลิง” คาดติดมาจากไนจีเรีย

เปิดแนวทางการรักษา "ฝีดาษลิง" ผู้ป่วยที่มีโอกาสเสี่ยงต่อโรครุนแรง

 

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติสหรัฐฯ แนะกลับมาปลูกฝีเพื่อป้องกันโรคฝีดาษวานร

เหตุการณ์ที่ผ่านมาหลายเหตุการณ์ เช่น โรคซาร์ส โรคไข้หวัดนก H5N1 กรณีนมผงปนเปื้อนเมลามีนจากจีน การปนเปื้อนกัมมันตรังสี จากกรณีการระเบิดของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิมา ประเทศญี่ปุ่น การระบาดของการติดเชื้อ โควิด-19 ก็ล้วนแล้วแต่เคยถูกประกาศให้เป็นโรคในภาวะ PHENIC 
ดังนั้นการประกาศภาวะฉุกเฉินในครั้งนี้จึงหมายถึงการเตรียมพร้อมในทุกประเทศ ยกระดับการป้องกันและติดตามข่าวสารด้านสาธารณสุขเกี่ยวกับโรคนั้นนั้นอย่างใกล้ชิด

การกลับมาระบาดของโรคฝีดาษเป็นเรื่องที่น่าตกใจแล้วน่ากังวลโรคฝีดาษวานรมีลักษณะหน้าตาและอาการของโรคคล้ายกับโรคฝีดาษที่เคยระบาดเมื่อนานมาแล้ว ฝีดาษวานรสามารถติดต่อได้ 2 แบบคือ
1.จากสัตว์สู่คน โดยผ่านทางการสัมผัสสัตว์ที่มีโรคโดยตรง เช่น การถูกกัดหรือข่วน สัมผัสเลือด สารคัดหลั่งของสัตว์ที่เป็นโรค
2.ก็จากคนสู่คนผ่านการสูดดมละอองฝอยขนาดใหญ่จากระบบทางเดินหายใจของผู้ป่วย respiratory droplets ติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์หรือผ่านทางการสัมผัสรอยโรคบริเวณผิวหนังของผู้ป่วยโดยตรง
อย่างไรก็ตามผู้ป่วยติดเชื้อที่ไม่มีอาการจะไม่สามารถแพร่เชื้อสู่ผู้อื่นได้ ในปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนสำหรับการป้องกันโรคฝีดาษวานรโดยตรงวัคซีนฝีดาษทั่วไปหรือที่เรียกกันว่าการปลูกฝีนั้นมีประสิทธิภาพในการป้องกันการเกิดอาการรุนแรงสำหรับโรคฝีดาษวานรได้ประมาณ 85%
อย่างไรก็ดีการปลูกฝีได้ยกเลิกการทำในประเทศไทยไปแล้วตั้งแต่ปี พ.ศ. 2523 จากการประกาศการกวาดล้างขององค์การอนามัยโลกจึงทำให้ประชาชนไทยที่เกิดหลังปี พ.ศ. 2523 อาจมีโอกาสติดเชื้อได้มากกว่าประชากรกลุ่มที่เกิดก่อนหน้า อย่างไรก็ดีจากเหตุการณ์ระบาดของโรคฝีดาษวานรครั้งนี้ทางศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติสหรัฐฯแนะนำให้กลับมามีการปลูกฝีอีกครั้งเพื่อป้องกันโรคฝีดาษวานรโดยมีหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

การป้องกันก่อนเกิดโรค (Pre-exposure prophylaxis) 
แนะนำให้วัคซีนกับเจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการที่ทำหน้าที่ตรวจวินิจฉัยเชื้อก่อโรคบุคลากรทางการแพทย์ที่กำลังเตรียมความพร้อมในการเข้าควบคุมการระบาดของโรคฝีดาษวานร
การป้องกันหลังสัมผัสโรค (Post-exposure prophylaxis) 
แนะนำให้ฉีดวัคซีนภายในสี่วันหลังสัมผัสโรคหากฉีดหลังสัมผัสโรคนานกว่านั้นวัคซีนอาจช่วยได้เพียงลดความรุนแรงของโรคแต่ไม่สามารถป้องกันโรคได้

ถึงแม้ฝีดาษวานรฟังดูน่ากลัวแต่จริงๆแล้วโลกดีดาร์ตวานรเป็นโรคที่สามารถถ่ายได้เองโดยไม่ต้องใช้การรักษาจำเพาะหรือการใช้ยาต้านไวรัสใดใดโอกาสการเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงและโอกาสการเสียชีวิตทั่วโลกประมาณ 3-6% ขณะนี้ในประเทศไทยพบผู้ป่วยฝีดาษวานรหรือฝีดาษลิงรายแรกของประเทศ เป็นประเทศที่ 66 ของโลก หลังจากมีการระบาดมาแล้วกว่า 2 เดือนจากการประเมินความเสี่ยงประเทศไทยได้เปิดให้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศจึงมีโอกาสพบผู้ป่วยได้มากขึ้น ดังนั้นวิธีป้องกันตนเองที่ดีที่สุด คือ การหลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้ที่มีความเสี่ยงในการติดเชื้อ หมั่นล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ หากมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อโรคฝีดาษวานร เช่น สัมผัสกับผู้ติดเชื้อโดยตรง ทำงานร่วมกับสัตว์ที่สามารถแพร่เชื้อโรคได้ หรือทำงานในห้องปฏิบัติการที่ต้องตรวจหาเชื้อฝีดาษวานร ควรจะต้องได้รับการฉีดวัคซีนตามความจำเป็น รวมถึงแยกห่างจากผู้อื่นเมื่อมีอาการ งดการเข้าสังคม หรือการทำกิจกรรมร่วมกับบุคคลอื่น ๆ เพื่อเป็นการป้องกันการกระจายเชื้อสู่ผู้อื่นให้มากที่สุด

“หมอมนูญ”ชี้โอมิครอน BA.5 อยู่ในช่วงขาขึ้น ฝีดาษลิงจะระบาดในไทยแน่นอน

เผยสาเหตุ "ฝีดาษลิง" ทำไมถึงเกี่ยวข้องกับโรคหนองใน ซิฟิลิส และเหตุที่คุมยาก

อัปเดตข่าวล่าสุดก่อนใคร Add friend ได้ที่ @PPTVOnline

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์


TOP สุขภาพ