ปวดหัวอย่าคิดว่าเป็นเรื่องเล็ก! อาจเป็นสัญญาณเตือนนำไปสู่โรคร้าย


โดย BDMS

เผยแพร่




สมองเป็นหนึ่งในอวัยวะที่มีความมหัศจรรย์ มีความสลับซับซ้อนในการทำงาน ในสมองของเรามีเซลล์จำนวนมหาศาล ซึ่งช่วยให้เรามีความสามารถที่จะพูด คิด จดจำ แก้ไขปัญหา สั่งการกล้ามเนื้อเพื่อเคลื่อนไหว

ควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย ความดันโลหิต อัตราการเต้นของหัวใจ และอื่น ๆ อีกมากมาย สมองทำงานเชื่อมต่อระหว่างกันโดยมีระบบประสาทเป็นเป็นตัวนำพาข้อมูล โดยระบบประสาทมี 2 ส่วนด้วยกัน
1.ระบบประสาทส่วนกลาง ประกอบด้วยสมองและไขสันหลัง
ทำหน้าที่ในการรับรู้ ประมวลผล และสั่งการ อวัยวะ 2 ส่วนนี้จะทำงานร่วมกัน โดยไขสันหลังเป็นทางผ่านที่ช่วยถ่ายทอด กระแสประสาท เรียกง่าย ๆ ว่าข้อมูล ส่งจากสมองไปร่างกายและจากร่างกายกลับมายังสมอง

“กรมการแพทย์”เตือนภาวะวูบหมดสติแฝงอันตรายไม่ควรมองข้าม

LONG COVID  มีผลแค่ไหนกับโรคสมองและระบบประสาท

2.ระบบประสาทส่วนปลาย ประกอบด้วยเส้นประสาท ทำหน้าที่รับและส่งความรู้สึกไปยังระบบประสาทส่วนกลาง เช่น การรับรู้ความเจ็บปวดเมื่อเกิดบาดแผล และเกี่ยวข้องกับระบบ สั่งการ เช่น การควบคุมกล้ามเนื้อ การเคลื่อนไหวร่างกาย

ในระบบประสาททั้ง 2 ส่วน มีเส้นประสาทอยู่ทั่วร่างกายคนเรา 
โดยเส้นประสาทเกิดจากเซลล์ประสาท ที่เป็นส่วนที่เล็กที่สุดของระบบประสาทหลาย ๆ ส่วนรวมกันเป็นมัด

เส้นประสาทจะเป็นเหมือนกับสายไฟที่เชื่อมต่อระหว่างศูนย์ควบคุมของสมองและไขสันหลังออกไปยังอวัยวะต่าง ๆ หากมีอะไรเกิดขึ้น เส้นประสาทจะเป็นเหมือนระบบแจ้งเตือน กับไขสันหลังไปยังสมองได้ในทันทีว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของเรา 

ตัวอย่างกันเช่น
หากนิ้วมือเราโดนหนามกระบองเพชรตำ เซลล์ประสาทรับรู้ความรู้สึกจะส่งสัญญาณไปที่ไขสันหลัง เซลล์ประสาทสั่งการจะนำคำสั่งไปยังกล้ามเนื้อแขน จากนั้นกล้ามเนื้อแขนจะกระตุกให้ยกมือออกทันทีเข้าหน้าในขณะเดียวกันเซลล์ประสาทประสานงานก็จะส่งข้อมูลไปยังสมอง สมองก็จะสั่งการให้เกิดความรู้สึกเจ็บปวดด้วย
แต่สมองที่ถูกใช้งานหนักหรือมีปัจจัยเสี่ยงก็ย่อมเสื่อมและมีประสิทธิภาพการทำงานที่ลดลงได้ครับ สังเกตได้จากอาการเหล่านี้ นั่นเป็นสัญญาณเตือนว่า สมองเริ่มเหนื่อยล้า เกิดความผิดปกติ หรือถ้าเป็นหนักขึ้นก็อาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้คุณแล้วครับ เช่น อัลไซเมอร์และสมองเสื่อม หรือโรคสมองที่ร้ายแรงและคนคุ้นเคยกันคงจะเป็นโรคหลอดเลือดสมองหรือ Stroke คนไทยก็จะรู้จักในอีกชื่อคืออัมพฤกษ์ อัมพาต หน้าเบี้ยว ปากเบี้ยว ซึ่งเป็นอาการที่ต้องการรักษาโดยเร็วที่สุดเมื่อพบอาการ หรือการที่เส้นประสาทบริเวณจุดใดจุดหนึ่งในร่างกายของเรามีความผิดปกติ อย่างอาการมือเท้าชา อ่อนแรง รู้สึกช้า ไม่มีความรู้สึกเลย หรืออาจเกิดอาการแสบร้อนตามร่างกายโดยไม่มีสาเหตุ ก็อาจเป็นผลมาจากปัญหาด้านเส้นประสาท หรือบางทีก็อาจมีสาเหตุมาจากสมองได้เหมือนกัน

โดยโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาทและเส้นประสาทที่อาจจะรู้จักกัน เช่น

●โรคหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท
●การบาดเจ็บที่กระดูกสันหลัง
●โรคเยื่อหุ้มปลอกประสาทเสื่อมแข็ง
●โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ALS

นอกจากนี้ โรคเรื้อรังอย่างเบาหวานก็ส่งผลให้เส้นประสาทตามร่างกายเสียหายและเกิดอาการเหน็บชา ไม่มีความรู้สึก ไปจนถึงอาการปวดตามมาได้ด้วย

สำหรับวิธีการดูแลสุขภาพสมองให้สดใส สามารถทำเองได้ง่าย ๆ ดังนี้

1. ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่  หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันหรือโคเลสเตอรอลสูง และทานอาหารเช้าทุกวัน เพราะอาหารเช้าจะเป็นตัวช่วยในการรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ ซึ่งจะมีผลต่อการทำงานของสมอง

2. พักผ่อนให้เพียงพอ  เพราะหากพักผ่อนไม่เพียงพอจะส่งผลต่อการทำงานของสมอง ทั้งในด้านการใช้ความคิด รวมถึงการตื่นตัวของสมองและระบบประสาท

3. ออกกำลังกาย  การออกกำลังกายจะช่วยให้สมองตื่นตัว และทำให้ความจำดีขึ้น ซึ่งควรออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง
 
4. จัดการความเครียด สมองจะทำงานได้ดีในขณะที่เรามีความสุข เมื่อรู้สึกว่าเครียดให้ผ่อนคลายด้วยการทำสมาธิ หางานอดิเรกทำ ไปเที่ยวหรือพักผ่อนด้วยวิธีการอื่น ๆ

5. ฝึกสมอง ร่างกายที่แข็งแรงจำเป็นต้องได้รับการออกกำลังกายที่เหมาะสม เช่นเดียวกับสมองของเรา การใช้สมองในการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ หรือแม้แต่การเล่นเกมก็ล้วนเป็นการบริหารสมองที่ดีทั้งสิ้น

 

ไม่พลาดทุกเหตุการณ์ติดตามข่าวจาก PPTV ได้ที่ Subscribe

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์


TOP สุขภาพ