บาทอ่อนค่า เปิด 35.75 บาท/ดอลลาร์ ลุ้น ดอกเบี้ย กนง.กลางสัปดาห์


โดย PPTV Online

เผยแพร่




ค่าบาทอ่อนค่า ที่ระดับ 35.75 บาท/ดอลลาร์ ตามดอลลาร์แข็ง ลุ้น ดอกเบี้ย กนง.กลางสัปดาห์

แนวโน้มของค่าเงินบาท เราประเมินว่า เงินบาทมีโอกาสผันผวนอ่อนค่าลง ตามการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ นอกจากนี้ ควรระวังแรงขายทำกำไรจากนักลงทุนต่างชาติ หลังหุ้นไทยได้ปรับตัวขึ้นใกล้โซนแนวต้าน 

ก.ล.ต. เร่งส่งหลักฐานสัปดาห์หน้า ให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดี “Zipmex”

RCL กำไรครึ่งปีพุ่ง 154% จากค่าระวางเรือ-ประกันเสี่ยง ปันผล 1.75 บาท

ส่วนโฟลว์ธุรกรรมซื้อทองคำในจังหวะย่อตัว หากราคาทองคำย่อตัวใกล้โซนแนวรับก็อาจกดดันเงินบาทในฝั่งอ่อนค่าได้เช่นกัน และที่สำคัญควรระวังความผันผวนในช่วงตลาดรับรู้ผลการประชุม กนง. ซึ่งผู้เล่นต่างชาติอาจใช้จังหวะดังกล่าวในการปรับสถานะถือครองบอนด์ รวมถึงสถานะเก็งกำไรเงินบาทได้

ในส่วนเงินดอลลาร์ แม้เราจะคงมองว่า ขาขึ้นของเงินดอลลาร์นั้นจบแล้ว แต่ทว่าในระยะสั้น เงินดอลลาร์มีโอกาสผันผวนและอาจแข็งค่าขึ้นได้บ้าง หากเงินเฟ้อสหรัฐฯ รวมถึงเงินเฟ้อคาดการณ์ระยะปานกลางออกมาสูงกว่าคาด ทำให้ตลาดกลับมากังวลโอกาสเฟดเร่งขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง นอกจากนี้ เงินดอลลาร์อาจพอได้แรงหนุนจากภาวะปิดรับความเสี่ยง หากตลาดผิดหวังกับรายงานผลประกอบการหรือกังวลแนวโน้มเศรษฐกิจยุโรปเสี่ยงถดถอยมากขึ้น
 
ในช่วงที่ตลาดการเงินยังมีความผันผวนสูง เราแนะนำว่า ผู้ประกอบการควรใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลาย เช่น Option เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน

  •  มองกรอบค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ ที่ระดับ 35.50-36.00 บาท/ดอลลาร์
  • ส่วนกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 35.65-35.85 บาท/ดอลลาร์
“กสิกรไทย” รุกเวียดนาม ปล่อยสินเชื่อรายย่อย ตั้งเป้าลูกค้า 1.2 ล้านราย

ภาพรวมตลาด

ฝั่งไทย  ประเมินว่า แนวโน้มการทยอยฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ดีขึ้นต่อเนื่อง ภาระค่าใช้จ่ายของผู้คนด้านพลังงานที่ลดลงตามการปรับตัวลงของราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงในเดือนกรกฎาคม อาจช่วยหนุนให้ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (Consumer Confidence) พลิกกลับมาปรับตัวขึ้นเล็กน้อยสู่ระดับ 41.8 จุด ในเดือนกรกฎาคมได้

คาดว่า การทยอยฟื้นตัวของเศรษฐกิจในภาวะเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูงเกินกว่ากรอบเป้าหมายของธนาคารแห่งประเทศไทย จะส่งผลให้ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% สู่ระดับ 0.75% และมองว่า กนง. จะส่งสัญญาณพร้อมทยอยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อควบคุมปัญหาเงินเฟ้อโดยที่ไม่ให้กระทบการฟื้นตัวเศรษฐกิจอย่างรุนแรง

แม้จะมองว่า กนง. อาจขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้ง ครั้งละ 0.25% สู่ระดับ 1.00% ในปีนี้ แต่หาก กนง. กังวลแนวโน้มเงินเฟ้อมากขึ้น เช่น เงินเฟ้อคาดการณ์ระยะปานกลางเร่งตัวขึ้น หรือ การฟื้นตัวเศรษฐกิจไทยดีกว่าที่ กนง. คาดไว้ ก็มีโอกาสที่ กนง. อาจขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง 3 ครั้ง สู่ระดับ 1.25% ในปีนี้ ได้เช่นกัน ซึ่งต้องรอติดตามผลการประชุม กนง. ในสัปดาห์นี้ และติดตามแนวโน้มเงินเฟ้อในระยะถัดไปอย่างใกล้ชิด

ฝั่งสหรัฐฯ  แม้ว่าราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลดลงในช่วงเดือนกรกฎาคม จะส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงในสหรัฐฯ ปรับตัวลงราว -8% และทำให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไป (Headline CPI) เดือนกรกฎาคม เพิ่มขึ้นในอัตราชะลอลงเหลือ +0.2%m/m หรือราว +8.7%y/y  แต่ภาพตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่ยังคงแข็งแกร่งและยังมีความตึงตัวอยู่มากนั้น ยังคงหนุนการเติบโตของรายได้ที่เร่งตัวขึ้น

นอกจากนี้ แรงหนุนเงินเฟ้อจากค่าเช่าบ้านก็ยังคงมีอยู่ ทำให้อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) อาจเพิ่มขึ้น  +6.1%  เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ทำให้ Core CPI ยังมีแนวโน้มขาขึ้นและทำให้เฟดอาจยังคงจำเป็นต้องเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง โดยมีโอกาสที่เฟดอาจขึ้นดอกเบี้ย 0.75% อีกครั้งในการประชุมเดือนกันยายน   โดยเฉพาะในกรณีที่ เงินเฟ้อคาดการณ์ระยะปานกลาง (U of Michigan 5-yr Inflation Expectations) เร่งตัวขึ้นมากกว่าระดับ 2.9% 

นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอจับตาถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด เพื่อประเมินแนวโน้มการปรับนโยบายการเงินของเฟด หลังที่ข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ยังคงออกมาดีกว่าคาด และเงินเฟ้อสหรัฐฯ อาจยังคงอยู่ในระดับสูงได้นาน
 
ฝั่งยุโรป ตลาดประเมินว่า บรรดานักลงทุนและนักวิเคราะห์อาจมีความกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจยุโรปในอีก 6 เดือนข้างหน้ามากขึ้น ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ซึ่งได้นำไปสู่การเร่งขึ้นดอกเบี้ยของบรรดาธนาคารกลาง อาทิ ธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) กอปรกับความไม่แน่นอนของสงครามรัสเซีย-ยูเครน รวมถึงวิกฤติพลังงานที่อาจเกิดขึ้นในช่วงฤดูหนาว และล่าสุดมุมมองของ BOE ที่แสดงความกังวลว่าเศรษฐกิจอังกฤษอาจเข้าสู่ภาวะถดถอยในช่วงไตรมาสที่ 4 นี้ ไปจนถึงสิ้นปีหน้า ซึ่งความกังวลของบรรดานักลงทุนและนักวิเคราะห์จะสะท้อนผ่านดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (Sentix Investor Confidence) เดือนสิงหาคมที่จะปรับตัวลดลงต่อเนื่องสู่ระดับ -29 จุด (ดัชนีน้อยกว่า 0 หมายถึง มุมมองเชิงลบต่อแนวโน้มเศรษฐกิจในอีก 6 เดือนข้างหน้า)

ที่มา : พูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย

ชิปส่อขาดแคลน จีนแบนขายทรายให้ไต้หวัน กระทบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ไทย

"นิด้าโพล" เผยผลสำรวจประชาชน ร้อยละ 64.25 อยากเห็น "ประยุทธ์" ประกาศพ้นตำแหน่ง 24 ส.ค.นี้

Wordcup Wordcup
ข่าวที่คุณอาจพลาด

ไม่พลาดทุกเหตุการณ์ติดตามข่าวจาก PPTV ได้ที่ Subscribe

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์


TOP หุ้น-การลงทุน

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ