หนี้ครัวเรือน ทุบเครดิต 4 แบงก์พาณิชย์


โดย PPTV Online

เผยแพร่




ธปท. ชี้แจง กรณี S&P ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของ 4 ธนาคารพาณิชย์ไทย เป็นเพราะมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้จากพิษโควิด-19 ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ยังเปราะบาง ที่เรียกว่า นโยบายเชิงผ่อนคลาย(countercyclical)

บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ S&P ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของธนาคารพาณิชย์ไทย (ธพ.) 4 แห่ง และคงความน่าเชื่อถือไว้ 2 แห่ง ด้วยมีมุมมองว่าหนี้ครัวเรือนของไทยเพิ่มสูงขึ้น กฎเกณฑ์ของธนาคารพาณิชย์ที่เอื้อต่อการช่วยเหลือลูกหนี้ ภายในมาตรการช่วยเหลือต่างๆ  ในช่วงที่เกิดสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 

สินเชื่อออมสิน ดอกเบี้ยต่ำเพียง 0.35% ไม่ต้องมีผู้ค้ำ 6 งวดแรกไม่ต้องจ่าย

บิตคอยน์ราคาพุ่ง 5.6% สูงสุดรอบ 3 สัปดาห์ กลับมาซื้อสืนทรัพย์เสี่ยง

รวมถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยังเปราะบาง โดยเฉพาะในภาคการท่องเที่ยวจากสถานการณ์โควิดที่ยืดเยื้อ และอาจได้รับผลกระทบเพิ่มเติมจากความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน ซึ่งอาจส่งผลต่อคุณภาพสินเชื่อในอนาคต

 

 

หนี้ครัวเรือน ทุบเครดิต 4 แบงก์พาณิชย์

เป็นเหตุผลที่ทำให้ บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ S&P ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของธนาคารพาณิชย์ จำนวน 4 แห่ง โดย นายรณดล นุ่มนนท์ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ชี้แจงว่า ในการแก้ไขปัญหาจากสถานการณ์ที่รุนแรงและยืดเยื้อ รวมทั้งการฟื้นตัว ที่ยังไม่เท่าเทียม ธปท. มีมาตรการสนับสนุนให้ธนาคารพาณิชย์ไทยให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบอย่าง ตรงจุดและเหมาะสมกับสถานการณ์มาต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นการดำเนินนโยบายเชิงผ่อนคลาย(countercyclical) ที่เหมาะกับบริบทของไทย และไม่ต่างไปจากแนวทางประเทศต่าง ๆ

โดยจะเห็นได้ว่าลูกหนี้ภายใต้มาตรการช่วยเหลือปรับลดลงจากที่เคยสูงสุดที่ร้อยละ 30 ของสินเชื่อธนาคารพาณิชย์ (ไม่รวม interbank) ในเดือนกรกฎาคม 2563 มาอยู่ที่ร้อยละ 14 ณ สิ้นปี 2564 และส่วนใหญ่ของลูกหนี้ที่ออกจากมาตรการไปแล้วสามารถกลับมาชำระหนี้ได้ตามปกติ

ธปท. ติดตามความเสี่ยง คุณภาพสินเชื่ออย่างใกล้ชิด

ในขณะเดียวกัน เพื่อรักษาสมดุลให้การช่วยเหลือลูกหนี้ไม่ส่งผลกระทบต่อฐานะการเงินของธนาคารพาณิชย์และเสถียรภาพการเงิน ธปท. ได้ติดตามความเสี่ยง คุณภาพสินเชื่อ และฐานะของธนาคารพาณิชย์อย่างใกล้ชิดเพื่อให้ระบบธนาคารพาณิชย์ยังทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า 

 

ยืนยันระบบธนาคารพาณิชย์ไทยยังแข็งแกร่งภายใต้ความเสี่ยงสูง

ล่าสุด ฐานะการเงินของระบบธนาคารพาณิชย์ไทยยังแข็งแกร่ง อัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS ratio) อยู่ที่ร้อยละ 20 โดยระหว่างปี 2563-2564 ธพ. ได้กันสำรองเพิ่มเติม 4.3 แสนล้านบาท สะท้อนความ ระมัดระวังของธนาคารพาณิชย์ภายใต้สถานการณ์ความเสี่ยงสูงข้างต้น ซึ่งปัจจุบัน เงินสำรองของระบบ ธพ. อยู่ที่ 8.9 แสนล้านบาท คิดเป็นกว่า 1.6 เท่าของสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL coverage ratio)

นอกจากนี้ ธปท. ได้ทดสอบระดับเงินกองทุนของธนาคารพาณิชย์ (ระหว่างปี 2564-2566) ภายใต้ภาวะวิกฤต(stress test) มาอย่างต่อเนื่อง พบว่าระบบธนาคารพาณิชย์ยังแข็งแกร่งเพียงพอที่จะรองรับความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนสูงในอนาคต ในระยะต่อไป คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะทยอยฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยให้รายได้และ ความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ รวมถึงคุณภาพสินเชื่อของ ธนาคารพาณิชย์ปรับดีขึ้นเป็นลำดับ

OR_Main OR_Main

อัปเดตข่าวล่าสุดก่อนใคร Add friend ได้ที่ @PPTVOnline

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์


TOP เศรษฐกิจ

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ