ส่อง "หน่วยงาน" กำกับดูแลธุรกิจ-นักลงทุน ห่างไกลคอร์รัปชัน


โดย PPTV Online

เผยแพร่




“ปัญหาคอร์รัปชัน” เนื้อร้ายที่กัดกินสังคมหากไม่มีการปราปราม หรือ มีกฎหมายรวมถึงหน่วยงานที่เข้มแข็ง เข้มงวด เพียงพอ ประกอบกับความร่วมมือจากภาคส่วนต่างๆ รวมถึง ภาคประชาชน

สำหรับประเทศไทย หากพูดถึงหน่วยงานที่มุ่งมั่นเอาจริงในเรื่องดังกล่าว คงหนีไม่พ้น องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ซึ่งมีภาคีเครือข่าย การทำงานต่อต้านการโกงกว่า 50 องค์กร

รู้จัก ดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) ไฉนสำคัญกับประเทศและวัดกันอย่างไร

ไทยอยู่ในอันดับ 110 ดัชนีการรับรู้ทุจริต ชี้ยังแก้คอร์รัปชันไม่ได้

เพราะงานต้านโกงนับเป็นงานใหญ่หนักสาหัสไม่สามารถที่จะทำให้สำเร็จลุล่วงได้เพียงลำพัง จำเป็นต้องมีสมาชิกร่วมแรงร่วมใจจึงจะสร้างแรงกระเพื่อมในสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่เกี่ยวกับการ การลงทุนทำธุรกิจในประเทศ ย่อมต้องมีภาคีภาคเอกชนที่เข้มแข็งจับมือกันป้องกันรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ

ส่อง "หน่วยงาน" กำกับดูแลธุรกิจ-นักลงทุน ห่างไกลคอร์รัปชัน

ควบคู่กับการทำงานร่วมกับภาคีภาครัฐ เช่น สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ปปท.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และมีตัวบทกฎหมายมากมายเพื่อลงโทษผู้กระทำผิดทุจริตคอร์รัปชัน เป็นต้น

ซึ่งหากพูดถึงในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ ภาคการลงทุน หน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญในการป้องกัน ปราบปรามการคอร์รัปชัน คือ

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ใช้อำนาจตาม ตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 คือ 

1.ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียน และพัฒนาระบบต่างๆ ที่จำเป็นเพื่ออำนวยความสะดวกในการซื้อขายหลักทรัพย์

2.ดำเนินธุรกิจใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายหลักทรัพย์ เช่น การทำหน้าที่เป็นสำนักหักบัญชี (Clearing House) ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ นายทะเบียนหลักทรัพย์ หรือกิจกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

3.การดำเนินธุรกิจอื่น ๆ ที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

ในด้านการกำกับดูแลกิจการ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้จัดตั้ง ศูนย์พัฒนาการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียน (Corporate Governance Center) ขึ้น เมื่อเดือนกรกฎาคม 2545 เพื่อทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการให้คำปรึกษา และแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการกำกับ ดูแลกิจการให้แก่กรรมการและผู้บริหารของบริษัทจดทะเบียนปัจจุบันรวมทั้งบริษัทที่อยู่ระหว่างการเตรียมการเพื่อเข้าจดทะเบียน จนถึงปัจจุบัน

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) 

ก.ล.ต. ได้ดำเนินการเพื่อผลักดันบริษัทจดทะเบียน บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนในหลากหลายรูปแบบ เช่น ขอความร่วมมือให้เข้ามาร่วมโครงการแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านทุจริต (“CAC”) มากขึ้น เพื่อร่วมมือกันแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันของประเทศ ซึ่งจะนำไปสู่การเสริมสร้างความน่าเชื่อถือ (Integrity) และความโปร่งใส (Transparency) ให้กับตลาดทุนไทยในสายตาของนักลงทุนทั่วโลก และการทำในวงกว้างจะเป็นแบบอย่างที่ดี หรือ Role Model ให้แก่บริษัทอื่นๆ ที่ยังไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ หรือภาคธุรกิจอื่นให้ปฏิบัติตาม ซึ่งก็จะสร้างความเข้มแข็งให้แก่ตลาดทุนของไทยและเสริมสร้างความเข้มแข็งของประเทศ
 
โดย ก.ล.ต. ได้ผลักดันให้ธุรกิจมีมาตรการต่อต้านคอร์รัปชัน โดยการออกประกาศให้บริษัทจดทะเบียนเปิดเผยข้อมูลนโยบายและการดำเนินมาตรการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันในรายงานประจำปี แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1) และ แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (แบบ 69-1) ซึ่งการเปิดเผยข้อมูลไม่เพียงแต่เป็นประโยชน์แก่ผู้ลงทุนเท่านั้น แต่ยังช่วยให้บริษัทจดทะเบียนสามารถตรวจสอบและปรับปรุงการดำเนินการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย
 

นอกจากนี้ ผู้ลงทุนสถาบัน 5 กลุ่ม ได้แก่ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ สำนักงานประกันสังคม สมาคมบริษัทจัดการลงทุน สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย และสมาคมประกันชีวิตไทย ประกาศจับมือต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน พร้อมประกาศเจตนารมณ์ที่จะร่วมมือในการกำหนดแนวทางการลงทุนที่ดี เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2556 โดยภายใต้ความร่วมมือนี้ จะมีการกำหนดแนวปฏิบัติในการดำเนินงานและการลงทุนของผู้ลงทุนสถาบัน เช่น แนวทางการออกเสียงในการประชุมผู้ถือหุ้น (Proxy Voting Guidelines) เพื่อสนับสนุนให้เกิดบรรษัทภิบาลที่ดี มีความรับผิดชอบต่อสังคม และต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันในบริษัทจดทะเบียนและธุรกิจในตลาดทุน โดยผู้ลงทุนสถาบันทุกกลุ่มถือปฏิบัติไปในแนวทางเดียวกัน ซึ่งจะเป็นการยกระดับตลาดทุนไทยรวมทั้งภาคธุรกิจของไทยให้มีคุณภาพและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ​

โดยในส่วนของเครื่องมือการกำกับควบคุม มีทั้ง 

  • ​​พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ​​​​
  • หลักธรรมาภิบาลการลงทุนสำหรับผู้ลงทุนสถาบัน (I Code)​
  • แนวทางเตรียมความพร้อมและการปฏิบัติตามหลักธรรมาภิบาลการลงทุน สำหรับผู้ลงทุนสถาบัน (​I Code Guideline)​​
 

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กร​ะทรวงพาณิชย์​

ก่อนจะมาเป็นบริษัทจดทะเบียน จะต้องจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อเป็น “บริษัทมหาชน” อันจะทำให้นิติบุคคลดังกล่าวอยู่ภายใต้บังคับของ พ.ร.บ. มหาชน จำกัด พ.ศ. 2535  ซึ่งประกอบด้วยสาระสำคัญที่เกี่ยวกับหลักการกำกับดูแลกิจการ ดังเช่น คุณสมบัติทั่วไปของกรรมการ ต้องบรรลุนิติภาวะ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย หรือไร้ความสามารถ บทบาทหน้าที่ของกรรมการที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ ข้อบังคับของบริษัทและมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น รวมถึงไม่ประกอบกิจการอย่างเดียวกันหรือแข่งขันกับกิจการของบริษัท  อีกทั้ง ระบุถึงสิทธิพื้นฐานของผู้ถือหุ้น เช่น  สิทธิรับเงินปันผล  สิทธิในการเข้าร่วมประชุมถือหุ้น สิทธิในการมอบฉันทะให้คนอื่นเข้าประชุมแทน สิทธิเรียกประชุมผู้ถือหุ้น เมื่อผู้ถือหุ้นมีหุ้นนับรวมกันได้ไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของหุ้นที่จำหน่ายได้ หรือผู้ถือหุ้นไม่น้อยกว่า 25 คน ถือหุ้นรวมกันไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของหุ้นที่จำหน่ายได้ และกรณีผู้ถือหุ้นไม่น้อยกว่า 1 ใน 3  มีสิทธิขอให้ที่ประชุมพิจารณาเรื่องอื่นนอกเหนือจากที่กำหนดในวาระการประชุม เป็นต้น

ธนาคารแห่งประเทศไทย​  

ในส่วนของธรรมาภิบาล ธปท. เห็นว่าเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญที่จะทำให้การดำเนินการของธนาคารพาณิชย์มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และน่าเชื่อถือ ซึ่งจะนำไปสู่การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน การเพิ่มมูลค่าในกิจการ และความมั่นคงของธนาคารพาณิชย์ในระยะยาว ซึ่งหลักเกณฑ์สำคัญที่เกี่ยวข้องกับธรรมาภิบาลของธนาคารพาณิชย์มุ่งเน้น บทบาทและหน้าที่ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ โครงสร้างของคณะกรรมการ การควบคุมภายในและการตรวจสอบภายใน ตลอดจนการเปิดเผยข้อมูล และความโปร่งใส ซึ่งจะเอื้อต่อบทบาทของตลาดในการกำกับตรวจสอบการดำเนินงานของธนาคารพาณิชย์อันเป็นพื้นฐานของระบบวินัยจากตลาด (Market Discipline)  

 

OR_Main OR_Main

อัปเดตข่าวล่าสุดก่อนใคร Add friend ได้ที่ @PPTVOnline

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์


TOP เศรษฐกิจ

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ