ราคาที่อยู่อาศัยพุ่ง รับ "ดอกเบี้ยขาขึ้น วัสดุแพง ราคาที่ดินปรับเพิ่ม"


โดย PPTV Online

เผยแพร่




แนวโน้มราคาบ้าน คอนโด ที่อยู่อาศัย ยังคงสูงขึ้น เนื่องจากต้นทุนก่อสร้างสูงขึ้นแทบทุกอย่าง ตั้งแต่วัสดุ ที่ดิน ประกอบการดอกเบี้ยที่กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น

หากมาพูดถึงตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วงปีนี้ อาจต้องเจอปัจจัยลบหลายปัจจัยที่กดดันราคาให้ปรับตัวสูงขึ้น อย่างแรกคือ อัตราดอกเบี้ยขาขึ้น จะส่งผลลบโดยตรงต่อการซื้อที่อยู่อาศัยของผู้บริโภคเนื่องจากทุกๆ

อสังหาฯเชียงใหม่ครึ่งปีแรกโตสูงสุด สวนทาง "ท่องเที่ยว-เศรษฐกิจ"ซบ

สามย่านมิตรทาวน์ ชี้โค้งสุดท้ายธุรกิจรีเทลคึกคักรับอีเวนต์กลับมาจัดได้

การขึ้นดอกเบี้ย 1% จะทำให้มูลค่าที่อยู่อาศัยสูงสุดที่ผู้บริโภคสามารถซื้อได้ลดลงไปราว 10% ขณะเดียวกันการขึ้นดอกเบี้ยทุกๆ 1% มีแนวโน้มทำให้ Net Profit Margin ของผู้พัฒนาที่อยู่อาศัยลดลงเฉลี่ย 0.56% ผ่านต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น

 

ต่อมาคือ ราคาวัสดุก่อสร้าง ต้นทุนการพัฒนาโครงการใหม่ๆ ในช่วงปี 2565-66 ที่มีแนวโน้มอยู่ในระดับสูงจากราคาวัสดุก่อสร้างหลายรายการที่คาดว่าจะยังสูง

อีกส่วนคคือ ราคาที่ดิน ที่ยังคงปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องถือเป็นปัจจัยกดดันสำคัญต่อการทำกำไรของผู้พัฒนาที่อยู่อาศัยในช่วง 1-2 ปีนี้  โดยราคาที่ดินปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องจากดัชนีราคาที่ดินในกรุงเทพฯ และปริมณฑลในไตรมาส 1 ที่ยังสูงขึ้น 2.6% จากค่าเฉลี่ยปี 2564 ส่งผลการพัฒนาโครงการใหม่ๆ จะมีต้นทุนที่สูงขึ้น  

แต่การปรับเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำคาดว่าจะกระทบภาคอสังหาฯ ไม่มากนัก เนื่องจากค่าจ้างแรงงานในภาคธุรกิจก่อสร้างที่อยู่อาศัยสูงเกินค่าแรงขั้นต่ำอยู่ก่อนแล้ว

เพราะฉะนั้นสิ่งที่ควรจับตามองในปี 2566 คือ “เทรนด์ดอกเบี้ยขาขึ้น” และ “ต้นทุนการพัฒนาโครงการที่ยังสูง” ซึ่งเป็นปัจจัยลบสำคัญต่อต้นทุนการดำเนินงานของผู้พัฒนาที่อยู่อาศัย

7 วัสดุก่อสร้างหลักราคาพุ่ง

ราคาวัสดุก่อสร้างหลายรายการปรับตัวสูงขึ้นมากในช่วงไตรมาส 1 ที่ผ่านมา โดยรวมปรับตัวสูงขึ้น 5.8% เร่งตัวขึ้นกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังที่เพิ่มขึ้นปีละ 1.9% และมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องในช่วง 1-2 ปีนี้จากต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบที่ยังอยู่ในระดับสูงกว่าในอดีต

วัสดุหลัก 7 ชนิด ปรับตัวเพิ่มขึ้นทั้งหมด คือ

  • เหล็กปรับเพิ่มขึ้นมากสุดที่ 10.3% โดยเฉลี่ยในปี 2565-66 คาดว่าจะยังยืนอยู่ในระดับสูงที่ 23,500-24,000 บาท/ตัน เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยใน 5 ปีหลังสุดที่ 20,800 บาท/ตัน
  • ปูนซีเมนต์ 5.3%
  • ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ 4.2%
  • กระเบื้อง 4%
  • อุปกรณ์ไฟฟ้า 3.8%
  • ประปา  3.8%
  • สุขภัณฑ์ 0.1%
สำหรับการปรับขึ้นค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำคาดว่าจะกระทบภาคอสังหาฯ บ้างแต่มีแนวโน้มที่จะไม่มากนัก เนื่องจากค่าจ้างแรงงานโดยส่วนใหญ่ในภาคธุรกิจก่อสร้างที่อยู่อาศัยสูงเกินค่าแรงขั้นต่ำอยู่ก่อนแล้ว นอกจากนี้ ในปัจจุบันยังมีการใช้เทคโนโลยีก่อสร้างบ้านด้วยระบบ Precast มากขึ้น ซึ่งช่วยลดการใช้จำนวนแรงงานไปได้ในระดับหนึ่ง

 

อย่างไรก็ตาม ประเมินมูลค่าตลาดที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ และปริมณฑลปี 2565 มีมูลค่า 6.04 แสนล้านบาท ฟื้นตัว 3.3% และจะเร่งตัวขึ้นอีก 4.2% ในปี 2566 โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักมาจาก

1. การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย

2. การกลับมาของกำลังซื้อต่างชาติ 

3. มีโอกาสที่ภาครัฐจะขยายมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาฯ ทั้งมาตรการผ่อนปรนเกณฑ์ LTV กู้ทุกสัญญาสามารถกู้ได้เต็ม 100% และการลดค่าธรรมเนียมโอน-จำนองให้เหลือรายการละ 0.01% สำหรับที่อยู่อาศัยไม่เกิน 3 ล้านบาท ออกไปอีก 1 ปี จากเดิมที่จะสิ้นสุดลงปลายเดือน ธ.ค. 2565 และเป็นไปได้ที่กระทรวงการคลังและธปท. กำลังหารือถึงความเป็นไปได้ที่จะต่ออายุทั้ง 2 มาตรการต่อไปอีก 1 ปี จากที่จะสิ้นสุดลงปลายเดือน ธ.ค. 2565 เป็นปลายปี 2566 แทน

ที่อยู่อาศัยประเภทบ้านจัดสรร เช่น บ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์เฮ้าส์ที่สามารถตอบโจทย์การ WFH (Work From Home)  ได้ดีกว่าคอนโดมิเนียมยังคงได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคสะท้อนจากยอดโอนกรรมสิทธิ์ในครึ่งแรกของปี 2565 ที่ขยายตัวสูงถึง 7.2%

Krungthai COMPASS มอง ตลาดที่อยู่อาศัยในช่วงปี 2565-66 ว่าจะอยู่ในทิศทางขยายตัวทั้งในฝั่งของความต้องการซื้อจากการเติบโตของภาวะเศรษฐกิจและการกลับมาของกำลังซื้อต่างชาติ เช่นเดียวกับการเปิดโครงการใหม่ๆ ของผู้พัฒนาที่อยู่อาศัยที่จะกลับมาอยู่ในระดับปีละ 90,000-100,000 ยูนิต อีกครั้งเพื่อชดเชยการเปิดโครงการใหม่ในระดับต่ำเมื่อ 1-2 ปีที่ผ่านมายังต้องจับตา Downside ของตลาดที่อยู่อาศัยทั้ง ดอกเบี้ยขาขึ้น ราคาวัสดุก่อสร้างที่ยังยืนสูง และราคาที่ดินที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง

Wordcup Wordcup
ข่าวที่คุณอาจพลาด

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์


TOP เศรษฐกิจ

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ